About

 วรรณคดีมรดก

          หนังสือที่บรรพบุรุษได้แต่งขึ้นอย่างประณีตงดงาม   ที่มีการแต่งทั้งแบบร้อยแก้ว  และร้อยกรองอีกทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังสือที่แต่งดี  มีวรรณศิลป์ และแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของผู้แต่ง  ซึ่งสะท้อนให้เห็นค่านิยมของคนไทยสมัยก่อน  วรรณคดีมรดกจึงเป็นวรรณคดีที่กวีไทยในอดีตเขียนอย่างมีศิลปะ และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังสือดีที่เป็นแบบฉบับควรค่ากับการเป็นหนังสือดีของชาตินับว่าเป็นมรดกวัฒนธรรมการใช้ภาษาของชาติ  เพื่ออนุชนรุ่นหลังจะได้ศึกษาเพื่อเพิ่มเติมความรู้ พร้อมกับรักและหวงแหนไว้ให้อยู่คู่กับประเทศชาติ   ทั้งยังเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษที่แสดงลักษณะความเป็นไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

          ก่อนที่จะกล่าวถึงวรรณคดีมรดกเรื่องต่างๆ   ต้องกล่าวถึงความหมายของ วรรณกรรม และวรรณคดี เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน   ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน   พ.ศ. ๒๕๒๕ ดังนี้

          คำว่า “วรรณกรรม” มีความหมายสองประการคือ  ประการแรก หมายถึง งานหนังสือ
ประการที่สองหมายถึง งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด ไม่ว่าแสดงออกมาโดยวิธีหรือในรูปอย่างใด  เช่น หนังสือ  จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถาเทศนา  คำปราศรัย สุนทรพจน์ สิ่งบันทึกเสียง ภาพ

คำว่า ” วรรณคดี” หมายถึง หนังสือที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดี

          ในที่นี้จะไม่นำความหมายเชิงวิชาการวรรณคดีสากลมาใช้ เพราะมีความเหลื่อมล้ำกับความหมายตามพจนานุกรรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  ส่วนคุณสมบัติของวรรณคดีนั้น ทั้งไทยและสากลจะมีคุณสมบัติเหมือนกัน สรุปได้ดังนี้
๑. มีเนื้อหาและรูปแบบที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นนิทาน นิยาย บทละคร นวนิยาย ฯลฯ
๒. มีศิลปะการใช้ภาษาอย่างประณีต
๓. แสดงความนึกคิดที่เฉียบแหลมของผู้แต่ง สอดแทรกประสบการณ์ชีวิต และให้ความรู้ในเรื่องสามัญของคนที่ได้รับการศึกษา
๔. แสดงพัฒนาการทางอารมณ์ของผู้แต่งอย่างสูง ทั้งด้านความรัก ความทุกข์ ความสุข  ความผิดหวัง ฯลฯ
๕. มีคุณค่าทางประวัติวรรณคดี แสดงให้เห็นการแปรเปลี่ยนตามกาลสมัยของการแต่งวรรณกรรม
๖. มีคุณค่าทางประวัติภาษา แสดงให้เห็นการแปรเปลี่ยนตามกาลสมัยของภาษาและการใช้ภาษา

          หนังสือใดที่มีคุณสมบัติ ๖ ประการดังกล่าวจะได้รับยกย่องจากผู้ที่ศึกษาและสนใจในศิลปะทางวรรณคดีว่า สมควรรักษาไว้เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ

          วรรณคดีไทยที่ได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน ล้วนมีคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์และด้านสังคม ที่แสดงให้เห็นค่านิยมและ ความเชื่อของคนไทย   ส่วนการแต่งวรรณกรรมก็ได้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านร้อยกรองและร้อยแก้ว
ผู้แต่งวรรณกรรมร้อยกรอง     เรียกว่า    กวี
ผู้แต่งวรรณกรรมร้อยแก้ว      เรียกว่า    ผู้ประพันธ์ หรือจะเรียกตามประเภทของวรรณกรรมก็ได้ เช่น   ผู้แต่งวรรณกรรมประเภทบทละคร   เรียกว่า ผู้แต่งบทละคร     ผู้แต่งนวนิยายหรือเรื่องสั้น   เรียกว่า ผู้แต่งนวนิยาย

          วรรณคดีมรดกของไทย ออกเป็น ๔ สมัย คือ สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์

          ซึ่งที่เรายกมาให้ทุกคนได้ศึกษานั้นเป็นวรรณคดีมรดกของไทยสมัยรัตนโกสินทร์

สมัยรัตนโกสินทร์   (พ.ศ. ๒๓๒๕ – ปัจจุบัน)
ตั้งแต่การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๔๒) เป็นเวลา ๒๑๗ ปี กวีไทยได้สร้างสรรค์วรรณคดีที่สมควรรักษาเป็นมรดกไทยไว้จำนวนมาก ในที่นี้จะหยิบยกเฉพาะที่สำคัญๆ   มากล่าวไว้ คือ บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑ บทละครเรื่องอิเหนาพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ลิลิตตะเลงพ่าย สามก๊ก พระราชพิธีสิบสองเดือน และนิทานคำกลอน เรื่องพระอภัยมณี

บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑

บทละครเรื่องอิเหนาพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒

  

บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

   

ลิลิตตะเลงพ่าย

  

สามก๊ก

  

พระราชพิธีสิบสองเดือน

  

นิทานคำกลอน เรื่องพระอภัยมณี

  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s