เรื่องย่อพระราชพิธีสิบสองเดือน

สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยนั้น อยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ เป็นหลักสำคัญของชาติ และทรงไว้ซึ่งพระราชภาระทำนุบำรุงบ้านเมือง กิจหนึ่งซึ่งมีความสำคัญที่องค์พระมหากษัตริย์ทรงปฎิบัติในแต่ละเดือน คือพระราชพิธีทั้งปวง หรือที่เรียกกันว่า พระราชพิธีสิบสองเดือน

พระราชพิธีที่ปฎิบัติประจำในแต่ละเดือน เป็นมูลเหตุให้สังคมไทยที่ยึดมั่นในพระมหากษัตริย์ และเป็นสังคมที่มีพุทธศาสนาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต รับพิธีกรรมเหล่านี้ไว้เป็นประเพณี และวิถีทางการดำเนินชีวิตที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา บางพระราชพิธีเป็นประเพณีมาแต่ดึกดำบรรพ์ บางพิธีอิงกับศาสนาพราหมณ์ พิธีกรรมและพระราชพิธีสิบสองเดือนนี้แตกย่อยไปอีกมากมาย ปะปนกับชีวิตของชาวบ้านจนบางครั้ง บางประเพณีจัดและปฎิบัติกันจนเป็นปกติวิสัย ทั้งนี้ความมุ่งหมายและความสำคัญของการปฎิบัติพระราชพิธีสิบสองเดือนในสมัยโบราณนั้น ก็เพื่อแผ่พระเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่ประจักษ์ และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่พระนคร และอาณาประชาราษฏร์ รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั้นทางจิตใจให้กับสังคมในยุคนั้นด้วย

แต่เดิมแต่เดิมนั้น การพระราชพิธีสิบสองเดือน มีหลักฐานปรากฎอยู่ในพระราชกำหนดกฎมณเฑียรบาล ซึ่งตราไว้ตั้งแต่แรกสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี นอกจากนี้ยังได้มีบันทึกในโคลงทวาทศมาส ซึ่งกรมพระยาบำราบปรปักษ์ฯ ทรงนิพนธ์ไว้ ต่อมาสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระราชนิพนธ์ความเรียงอธิบายเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน และนิยมใช้เป็นเนื้อเรื่องวาดเขียนลงบน ฝาฝนังตามวัดต่างๆ ในสมัยรัตนโกสินทร์

  • พระราชพิธีตรียัมปวาย
    เป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์ในช่วงปีใหม่ มีการทำบุญตรุษเปลี่ยนปี ซึ่งถือกันว่าพระอิศวรและพระนารายณ์ลงมาเยี่ยมโลก พิธีนี้จะเริ่มกระทำตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือนยี่ ที่เทวสถาน ประกอบด้วยการโล้ชิงช้า โดยพระยายืนชิงช้าซึ่งสมมุติว่าเป็นองค์พระอิศวร และพระนารายณ์ ทั้งยังมีการบำเพ็ญพระราชกุศลในพุทธศาสนาด้วย
  • การพระราชกุศลเลี้ยงพระตรุษจีน
    พระราชพิธีนี้เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 3 เหตุเพราะชาวจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ได้นำสิ่งของมาถวาย จึงทรงคิดการพระราชกุศลขึ้น มีการถวายสิ่งของแด่พระสงฆ์ ทั้งเครื่องเซ่นอย่างจีน ถวายพระพุทธรูป และถวายภัตตาหารเป็นขนมจีน เป็นอาทิ
  • พระราชพิธีเกศากันต์หรือการโกนจุก
    เป็นการมงคลแก่เด็กซึ่งนิยมไว้จุก เปีย แกละ ก่อนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ กระทำในช่วงตรุษหรือสัมพัจฉฉินท์ ในช่วงตั้งแต่แรม 11 ค่ำ เดือน 4 ไปจนแรม 14 ค่ำ มีเขาไกรลาศทำด้วยศิลาเป็นปริมณฑลพิธี ทั้งยังมีการพระราชกุศล ทางพุทธศาสนาด้วย
  • พระราชพิธีสงกรานต์
    แต่เดิมกรุงสยามถือเอาเดือน 5 เป็นเดือนขึ้นศักราชใหม่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และถือเป็นพระราชพิธีใหญ่ มีการตั้งเครื่องบูชาพระพุทธรูปด้วยการถวายข้าวบิณฑ์ มีการก่อพระเจดีย์ทราย การขนทรายเข้าวัด ซึ่งเดิมถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า แต่ก็เป็นการบำรุงพระพุทธศานาด้วย ทีการพระราชกุศล เช่น มีการสรงน้ำพระในพระบรมมหาราชวัง เป็นต้น
  • พระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัล
    เป็นพระราชพิธีซึ่งควบคู่กัน และผสมผสานทั้งพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ถือเป็นการมงคลก่อนการเพาะปลูก และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกร โดยพระมหากษัตริย์จะเสด็จมาทรงเป็นองค์ประธาน มีการแรกนาโดยพระยาแรกนา และให้พระโคเสี่ยงทาย เพื่อทำนายถึงความบริบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร
  • การพระราชกุศลสลากภัต
    ในสยามนั้น ช่วงเดือนนี้เป็นช่วงที่พืชพันธุ์ธัญญาหารบริบูรณ์ จึงมีการบำเพ็ญกุศล ด้วยการนำภัตตาหารไปถวายพระ โดยการให้มีผู้จับสลากรายนามของพระสงฆ์ เมื่อจับได้ชื่อพระสงฆ์รูปใด ก็นำภัตตาหารไปถวายพระสงฆ์รูปนั้น พระราชพิธีนี้มีที่มาจากคัมภีร์จุลวรรค เมื่อครั้งพุทธกาล
  • พระราชพิธีเข้าพรรษา
    ในสมัยพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบัญญัติห้ามพระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ ในช่วงเข้าพรรษา เพราะอาจเหยียบข้าวกล้าในไร่นาให้เสียหายได้ ซึ่งจะมีการบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายเครื่องอัฐบริขารแด่พระสงฆ์ มีพิธีบวชนาคหลวงในระหว่างวันขึ้น 5 ค่ำ ถึง 12 ค่ำ ก่อนการเข้าพรรษา และให้นาคหลวงโปรยทานในพิธีทรงผนวชด้วย
  • การพระราชกุศลเสด็จถวายพุ่ม
    ในเทศกาลเข้าพรรษา จะมีการเสด็จพระราชดำเนินถวายพุ่มอันหมายถึง เครื่องสักการะสำหรับเข้าพรรษาแด่พระสงฆ์ รวมทั้งสักการะพระพุทธรูป และพระบรมอัฐิของบูรพกษัตริย์ในพระบรมมหาราชวัง บางคราวเจ้านายฝ่ายใน จะเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องสักการะ และเป็นผู้นำไปถวาย
  • พระราชพิธีสารท
    ในพระราชพิธีสารท จะมีขึ้นราวๆ ปลายเดือน 10 เดิมนั้นเป็นพิธีในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งในสมัยต่อมาก็มีธรรมเนียมการกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาส โดยพระเจ้าลูกเธอฝ่ายในทรงเป็นผู้กวน ธรรมเนียมการกวนข้าวทิพย์นี้มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล และถือปฎิบัติกันมาในประเพณีทางพุทธศาสนาด้วย
  • พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน
    ในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 พระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จไปถวายผ้าพระกฐิน ซึ่งหมายถึง ผ้าที่สำเร็จขึ้นได้เพราะอาศัยกฐิน คือกรอบไม้สำหรับขึงผ้าเย็บจีวรของพระภิกษุ จะมีการเสด็จพระราชดำเนินทั้งทางสถลมารค และชลมารค ไปถวายผ้าพระกฐินยังอารามหลวงต่างๆ
  • พระราชพิธีจองเปรียง ลอยพระประทีป
    ในช่วงเดือน 12 ใยสยามเป็นช่วงน้ำหลาก พระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จลงประพาสลำน้ำในเวลาค่ำ เพื่อลอยพระประทีป หรือกระทงหลวง ซึ่งประดิษฐ์เป็นรูปสัตว์ต่างๆ อย่างงดงาม มีพระราชกุศลต่างๆ ในเวลากลางวัน ในวันขึ้น 14-15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 12
  • การพระราชกุศลเลี้ยงขนมเบื้อง
    ในช่วงเดือนอ้าย ซึ่งเป็นช่วงที่กุ้งในแม่น้ำนั้นบริบูรณ์ จึงมีการปรุงขนมเบื้องโดยเกณฑ์ฝ่ายใน ท้าวนางและเจ้าจอมทั้งหลายเป็นผู้ปรุง โดยขนมเบื้องนั้นจะนำไปถวายพระสงฆ์ผู้ใหญ่ เช่น พระบรมศานุวงค์ที่ทรงผนวช และพระราชาคณะ พระราชพิธีนี้ไม่มีกำหนดวันแน่นอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s